พ.ศ.2540 กรมการศาสนาได้เลื่อนฐานะจากที่พักสงฆ์สวนร่มบารมี ขึ้นเป็นวัดสวนร่มบารมี
และในปี พ.ศ.2541ได้แต่งตั้งพระอธิการสุรทิน ญาณสุโภ เป็นเจ้าอาวาสวัดสวนร่มบารมีอย่างเป็นทางการ
รวมระยะเวลาแห่งการพลิกฟื้นท้องนาข้าว ให้เป็นท้องนาแห่งบุญกุศลรวมระยะเวลาถึง 22 ปี
นับแต่อดีตนอกเหนือจากการที่หลวงพ่อพระอธิการสุรทิน ญาณสุโภพาลูกพระ ลูกเณร อุบาสก อุบาสิกา ญาติโยม
ขวนขวายปฏิบัติธรรมบำเพ็ญศาสนกิจโดยมิได้ขาดแล้วก็ยังเอื้อเฟื้อต่อชุมชนด้วยการพัฒนาชุมชนในหลาย ๆ ด้าน
เช่น โครงการปฏิบัติธรรมระยะสั้น ให้กับหมู่คณะ ครู นักเรียน ชักชวนญาติโยมทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม
เพื่อเผยแผ่ความรู้ทางการเกษตรตามแนวพระราชดำริแห่งองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดด้วยยาสมุนไพร ซึ่งทำเช่นนี้ตลอดมาจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
จนปัจจุบันงานที่คณะสงฆ์วัดสวนร่มบารมีได้กระทำอยู่ออกดอกออกผลเป็นที่น่าชื่นใจแก่ชุมชน ทั้งการอบรม
  
เด็กนักเรียนและเยาวชน ชาวบ้าน ข้าราชการทั้งหลาย ด้วยกระบวนการอบรมที่มีระบบ ระเบียบ แบบแผน
ทั้งการละลายพฤติกรรมและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม และจริยธรรมควบคู่ไปด้วยกัน
อีกทั้งยังมีการฝึกวิชาชีพต่าง ๆ ให้กับเยาวชนและผู้ที่สนใจ
ด้วยกิจกรรมและผลงานต่าง ๆ ที่ออกสู่สายตาสาธารณะชน วัดสวนร่มบารมี จึงได้รับความไว้วางใจและการยอมรับ
จากหลาย ๆ หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และทั้งหน่วยงานขององค์กรสงฆ์ ซึ่งปัจจุบันวัดสวนร่มบารมีได้รับ
การแต่งตั้งจากกรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุดให้เป็นศูนยพัฒนาคุณธรรมประจำภาคเหนือ
เพื่อควบคุมดูแลและประสานความร่วมมือกับศูนย์พัฒนาคุณธรรมทั้ง 17 จังหวัดของภาคเหนือ
และยังมีองค์กรที่เป็นเครือข่ายให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของวัดเช่น สำนักงานป้องกันและปราบปราม
ยาเสพติด(สำนักงาน ป.ป.ส.) ทั้งส่วนกลางและภาคเหนือ, กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการทหารสูงสุด,
สถานฑูตอเมริกาประจำประเทศไทย,เครือข่ายพระสงฆ์ทั่วประเทศ, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ฯลฯ
ด้วยผลงานและผลของงานของคณะสงฆ์วัดสวนร่มบารมีทั้งหลายนี้ เกิดจากความคิด จากความคิดเป็นวาจา
จากวาจาเป็นการกระทำ ล้วนน้อมนำ ธรรมสุภาษิตของครูบาอาจารย์เป็นอุดมคติประจำใจทุกรูป ด้วยบทที่ว่า
สเจ รูปํ อุปาทิยติ สุขํ คเวเ้สนโต
ถ้าโทษคน ไม่โทษใจตน จะเป็นคนหาแผ่นดินอยู่เป็นสุขไม่ได้
|